ไก่ทอดเกาหลีกับเบียร์หรือที่เรียกว่าชิแมก
ย้อนรอยประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไก่ทอดเกาหลีสู่เมนูยอดนิยมที่โด่งดังไปทั่วโลก
Korean Fried Chicken Culture หรือวัฒนธรรมไก่ทอดเกาหลี คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่ไก่ทอดกลายเป็นมากกว่าแค่เมนูอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต และวัฒนธรรมสมัยใหม่ของชาวเกาหลี โดยชาวเกาหลีจะมีวัฒนธรรมการกินไก่ทอดคู่กับเบียร์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะหลังเลิกงาน หรือในวันหยุดพักผ่อน
ต้นกำเนิดของไก่ทอดเกาหลีมีประวัติย้อนกลับไปในช่วงสงครามเกาหลีในทศวรรษที่ 1950 เมื่อกองทัพอเมริกันเข้าประจำการในเกาหลีใต้ ทหารอเมริกันได้นำน้ำมันสำหรับทอดไก่มาใช้ทำอาหาร เนื่องจากในช่วงวันขอบคุณพระเจ้าที่เป็นวันสำคัญสำหรับชาวอเมริกัน พวกเขาต้องการบริโภคไก่งวงแต่ในเกาหลีใต้ไม่มีไก่งวง ทหารอเมริกันจึงใช้ไก่สายพันธุ์พื้นบ้านในเกาหลีทอดแทน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ทหารเกาหลีได้ลองชิม และรู้จักกับไก่ทอดแบบ Deep-Fried
แม้จะมีการนำไก่มาประกอบอาหารในเกาหลีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในอดีตชาวเกาหลีนิยมนำมาทำเป็นไก่ต้ม ไก่ตุ๋น หรือไก่ย่าง เสิร์ฟเป็นอาหารหลัก หรือในโอกาสพิเศษ เช่น Ginseng chicken soup (ซุปไก่โสม) ที่รับประทานในพระราชวัง อย่างไรก็ตามจากบันทึกอาหารในสมัยราชวงศ์โชซอน พบว่ามีสูตรอาหารชื่อ “Pogye” ปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นไก่ทอดที่คลุกด้วยซอส และเคี่ยวจนกรอบ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าแนวคิดในการทอดไก่มีมานานแล้วในหมู่ชนชั้นสูง แต่ยังไม่แพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป
การปรากฏตัวของไก่ทอดในเกาหลีในยุคนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแลกเปลี่ยนทางอาหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาในสังคมเกาหลีหลังสงคราม อย่างไรก็ตามชาวเกาหลีได้ปรับเปลี่ยน และพัฒนาสูตรไก่ทอดให้เข้ากับรสนิยม และวัตถุดิบท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของไก่ทอดเกาหลีที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ศูนย์โภชนาการเมียงดง ในกรุงโซลได้เริ่มขายไก่ย่างทั้งตัวที่ปรุงด้วยเตาไฟฟ้า นี่จึงเป็นก้าวแรกสู่การพัฒนาธุรกิจไก่ในรูปแบบร้านอาหาร อย่างไรก็ตามไก่ทอดแบบที่เราเห็นในปัจจุบันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงนี้ เนื่องจากน้ำมันสำหรับทอดยังมีราคาแพง และหายาก
ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ความนิยมของไก่ทอดเริ่มเติบโตขึ้นในเกาหลี เมื่อร้านแฟรนไชส์ไก่ทอดสมัยใหม่แห่งแรกของเกาหลีอย่าง “Lim’s Chicken” ได้เปิดตัวขึ้นในปี ค.ศ. 1977 โดยคุณ Yoo Seok Ho (ยู ซอกโฮ) ซึ่งเคยศึกษา และเรียนรู้เทคนิคการทอดไก่ในสหรัฐอเมริกาได้นำไก่ทอดชิ้นเล็ก ๆ ราคาไม่แพงกลับมาเปิดขายในบ้านเกิด โดยมีชุดไก่ทอด 6 ชิ้นในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งหลังจากเปิดตัวก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ Lim’s Chicken ขยายสาขาเป็นหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ
ในปี ค.ศ. 1984 ร้านแฟรนไชส์ไก่ทอดระดับโลกอย่าง Kentucky Fried Chicken (KFC) ได้เข้ามาเปิดสาขาแรกในเกาหลีใต้ และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเข้ามาของแบรนด์ระดับโลกนี้ได้กระตุ้นให้ผู้ประกอบการในเกาหลีมีแรงจูงใจในการพัฒนาสูตรไก่ทอดเฉพาะของตนเอง ส่งผลให้เกิดการเติบโต และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดไก่ทอด
ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาเอกลักษณ์ของไก่ทอดเกาหลี ร้านอาหารท้องถิ่นเริ่มทำการวิจัย และพัฒนาสูตรอาหาร รวมถึงเทคนิคการทอดไก่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยมุ่งเน้นการสร้างผิวด้านนอกให้กรอบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนารสชาติที่โดดเด่น และแตกต่างออกไป เช่น ซอสถั่วเหลืองและกระเทียม ซอสหวานเผ็ดหรือที่เรียกว่า “Yangnyeom Chicken” และรสชาติอื่น ๆ ซึ่งซอสเหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้รสชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของไก่ และเพิ่มมิติของความอร่อยให้กับไก่ทอดด้วย
นอกจากนี้การใช้แป้งข้าวโพดเป็นส่วนผสมในการทอดยังถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ทำให้ไก่ทอดเกาหลีมีความกรอบเป็นเอกลักษณ์ และแตกต่างจากไก่ทอดประเภทอื่น ยิ่งไปกว่านั้นชาวเกาหลียังมีการนำเทคนิคการทอดสองครั้งมาใช้ เพื่อให้ได้ผิวที่กรอบนานขึ้นแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไก่ไว้
เทคนิคการทอดสองครั้งการทอดครั้งแรกจะทำให้ไก่สุก และมีการระบายน้ำออกจากเนื้อ จากนั้นจะนำขึ้นมาจากน้ำมัน และปล่อยให้เย็น ก่อนจะทอดอีกครั้งด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า เทคนิคนี้ทำให้ได้ผิวด้านนอกที่กรอบมากขึ้น และคงความกรอบไว้ได้นานกว่าการทอดครั้งเดียว
ในช่วงปี ค.ศ. 1997 วิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกาหลีใต้ ทำให้คนงานจำนวนมากถูกเลิกจ้าง และต้องหาอาชีพใหม่ ด้วยเหตุนี้ธุรกิจร้านไก่ทอดจึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก เนื่องจากมีต้นทุนไม่สูง และตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลานี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ร้านไก่ทอดแพร่หลายทั่วประเทศ และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งในด้านรสชาติ และการบริการ
การที่ธุรกิจไก่ทอดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการต้องปรับปรุงคุณภาพ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับร้านของตน เช่น การใช้วัตถุดิบคุณภาพดี การพัฒนาสูตรเฉพาะ และการบริการที่ดีขึ้นกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอดในตลาด
หนึ่งในปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดของไก่ทอดเกาหลี คือการเกิดขึ้นของวัฒนธรรม “치맥” (ชิเมก) หรือการทานไก่ทอดคู่กับเบียร์ ซึ่งเป็นการผสมคำหระหว่าง “치킨” (ชิกิน) แปลว่าไก่ทอด และ “맥주” (เมกจู) แปลว่า (เบียร์) วัฒนธรรมนี้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2002 ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน
ระหว่างการแข่งขันชาวเกาหลีจะมารวมตัวกันรับชมการแข่งขันกีฬา พร้อมสั่งไก่ทอดเป็นอาหารหลักควบคู่ไปกับการดื่มเบียร์ การผสมผสานนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดูกีฬา และการสังสรรค์ของชาวเกาหลี และเมื่อทีมชาติเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 2002 กระแสความนิยมนี้ก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก
หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก วัฒนธรรมการทานไก่ทอดคู่กับเบียร์ได้ขยายวงกว้างออกไปจากการดูกีฬาสู่กิจกรรมทางสังคมอื่น ๆ เช่น การดื่มสังสรรค์หลังเลิกงาน การพบปะเพื่อนฝูง และการเฉลิมฉลองในโอกาสต่างๆ จนในที่สุดไก่ทอดกับเบียร์ก็กลายเป็นคู่หูที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของชาวเกาหลี
ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ไก่ทอดเกาหลีได้ขยายสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง โดยมีแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มเปิดสาขาในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย แต่ละแบรนด์ได้ปรับเมนู และรสชาติให้เข้ากับความชอบของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์หลักของไก่ทอดเกาหลีไว้ เช่น ความกรอบของผิวด้านนอก และรสชาติของซอสที่เป็นเอกลักษณ์
เมื่อเวลาผ่านไปไก่ทอดเกาหลีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ และวัฒนธรรมเกาหลีอย่างแยกไม่ออก โดยปรากฏในซีรีส์เกาหลี เพลง และสื่อต่าง ๆ ซึ่งการแสดงฉากการรับประทานไก่ทอดกับเบียร์ในซีรีส์ยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมนี้ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก
ด้วยความกรอบนอกนุ่มใน รสชาติที่หลากหลาย และวัฒนธรรมการรับประทานคู่กับเบียร์ ไก่ทอดเกาหลีจึงเป็นมากกว่าอาหาร เแต่ยังเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และสะท้อนถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของเกาหลีในยุคหลังสงคราม ซึ่งยังคงได้รับการพัฒนา และรักษาความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการไก่ทอดเกาหลีกำลังพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เช่น การลดปริมาณน้ำมัน การใช้วัตถุดิบออร์แกนิก และการพัฒนาทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์
ซีรีส์เกาหลีและกระแส Soft Power (2013 - ปัจจุบัน)
- ตัวเอก "ชอนซงอี" แสดงความคลั่งไคล้ในชิแมก โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "วันที่หิมะตกแบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าชิแมกล่ะ"
- ฉากนี้ทำให้ยอดขายไก่ทอดเกาหลีในจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างถล่มทลาย และทำให้คำว่า "ชิแมก" กลายเป็นศัพท์สากลที่คนทั่วโลกรู้จัก
ทำไมต้องเป็น "เบียร์" กับ "ไก่ทอด"?
ในเชิงรสชาติและความรู้สึก:
- ความมัน vs ความซ่า: ความมันจากหนังไก่ทอดและรสเข้มข้นของซอสจะถูกตัดเลี่ยนด้วยความเย็นจัดและความซ่าของคาร์บอนไดออกไซด์ในเบียร์
- อุณหภูมิ: ไก่ทอดเสิร์ฟร้อนๆ ปะทะกับเบียร์ที่แช่เย็นจนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง สร้างประสบการณ์ที่เรียกว่า "ความต่างของอุณหภูมิ" (Contrast) ที่ทำให้สดชื่น
- ความผ่อนคลาย: ในวัฒนธรรมการทำงานที่เคร่งเครียดของเกาหลี การล้อมวงกินชิแมกหลังเลิกงานคือช่วงเวลาแห่งการระบายความทุกข์และสร้างมิตรภาพที่เข้าถึงง่ายที่สุด